
ความแตกต่างของไข้หวัดใหญ่แต่ละสายพันธุ์…
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A
แบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์ย่อยได้เป็น H1N1 และ H3N2
เป็นสายพันธุ์ที่แพร่เชื้อได้ในทั้งคนและสัตว์
เมื่อติดเชื้อจะมีอาการและภาวะแทรกซ้อนมากกว่าสายพันธุ์อื่น
สามารถกลายพันธุ์ได้ง่าย ทำให้วัคซีนที่ใช้ต้องปรับเปลี่ยนทุกปี
-ไข้หวัดใหญ่ H1N1 (ไข้หวัดหมู)
สามารถเกิดการติดต่อขึ้นได้ หากมีการสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อ หรือสัมผัสสิ่งแวดล้อมที่มีเชื้อไวรัส
H1N1 ยังคงพบได้เช่นเดียวกับเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดตามฤดูกาล
-ไข้หวัดใหญ่ H5N1 (ไข้หวัดนก)
มีนกน้ำเป็นพาหะหลัก และสามารถติดต่อมายังสัตว์ปีกเลี้ยงได้
“Highly pathogenic avian influenza” เป็นเชื้อชนิดร้ายแรงที่สามารถฆ่าสัตว์ปีกที่ติดเชื้อได้ภายใน 48 ชั่วโมง
สามารถติดต่อมาสู่คนได้ ทั้งนี้การติดเชื้อในมนุษย์จะพบมากในแถบเอเชียตะวันออก และบางส่วนพบในแถบยุโรปตะวันออกกับแอฟริกาเหนือ

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B
แบ่งเป็นสายพันธุ์แยกย่อยได้เป็นสายพันธุ์ B ตระกูล Victoria และ สายพันธุ์ B ตระกูล Yamagata
พบเฉพาะในคนเท่านั้นจะมีความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์ A
การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์
มี 2 ประเภท ได้แก่
- วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์
- วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์
แบ่งย่อยเป็น 2 ประเภท
-วัคซีนแบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ชนิดเชื้อตาย (TIV)
-วัคซีนแบบพ่นทางจมูก ชนิดเชื้อเป็น (LAIV)
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ C
ทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณทางเดินหายใจของวัยเด็กเป็นส่วนใหญ่ มีอาการไม่รุนแรง
ด้วยเหตุนี้ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดซี จึงไม่ถูกรองรับอยู่ในวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี

หากอยากอ่านบทความดี ๆ เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ ก็สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ Link
ติดต่อสอบถาม
Line@ : @wecleanvr (มี @ข้างหน้าด้วย)
เอกสารอ้างอิง: Srisukho Hospital , Praram 9 Hospital , HDmall