บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ

บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ

บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ

อันตรายต่อลูกน้อยรึเปล่า? เรื่องที่ต้องรู้ ถ้าคุณแม่ตั้งครรภ์ติด Covid-19

อันตรายต่อลูกน้อยรึเปล่า? เรื่องที่ต้องรู้ ถ้าคุณแม่ตั้งครรภ์ติด Covid-19

รู้รึเปล่า? คุณแม่ตั้งครรภ์ติดCovid-19นั้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรง และเสียชีวิตมากกว่าผู้ป่วยโควิดปกติถึง 2 – 3 เท่า! เพราะผู้หญิงที่ตั้งครรภ์นั้นจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสจะติดโควิด (กลุ่ม 608) ฟังแบบนี้แล้วคุณแม่หลาย ๆ คนคงเริ่มกังวลว่าถ้าเราติดเชื้อโควิดจะมีผลร่างกายของตนเอง และลูกน้อยของเราอย่างไร วันนี้เราเลยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยง, อาการ, การรักษาตัว และคำถามหลาย ๆ เรื่องที่เกี่ยวกับคุณ แม่ตั้งครรภ์ติดCovid-19 มักสงสัยกัน ถ้าอยากรู้ว่าเราต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างนั้นก็ไปดูพร้อมกันได้เลย!

โควิดส่งผลต่อคุณแม่ตั้งครรภ์และลูกอย่างไร?

อ.นพ.นพดล ไชยสิทธิ์ ฝ่ายสูตินารีเวชวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ออกมากล่าวถึง งานวิจัยเกี่ยวกับผู้หญิงตั้งครรภ์ติดโควิดพบว่า 

“การติดเชื้อโควิดนั้นคนตั้งครรภ์มีโอกาสติดเชื้อโควิดเท่ากับคนปกติ แต่ความรุนแรงของอาการ และโอกาสเสียชีวิตมากกว่าคนปกติถึง 2 – 3 เท่า” 

ซึ่งผู้หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิดนั้นส่วนใหญ่มากกว่า 80% จะไม่แสดงอาการ แต่ถ้าเป็นคุณแม่เป็นกลุ่มที่มีโรคประจำตัว ไม่ว่าจะเป็น โรคความดันสูง, เบาหวาน, หัวใจ ฯลฯ มีอายุมากกว่า 35 ปี หรือมีอาการอ้วน (น้ำหนักตัวเกิน BMI เกิน 25 kg/m²)  

อาการ และความเสี่ยงของ แม่ตั้งครรภ์ติดCovid-19

อาการคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ติดโควิดนั้นส่วนใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรงมากนัก เหมือนกับอาการผู้ป่วยโควิดของคนทั่วไป เช่น มีไข้, อ่อนเพลีย, หายใจติดขัด, เจ็บคอ, ไอแห้ง และท้องเสีย ส่วนความเสี่ยงของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ติดโควิดนั้นจะมีอาการครรภ์เป็นพิษ คลอดก่อนกำหนด เลือดแข็งตัวผิดปกติ แต่ความเสี่ยงและอันตรายของเชื้อโควิดที่กระทบต่อลูกในครรภ์จะแตกต่างกันออกไปตามระยะการตั้งครรภ์ ซึ่งตามหลักการทางการแพทย์แบ่งระยะการตั้งครรภ์ของคนเราออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้

– ไตรมาสที่ 1 (อายุครรภ์ต่ำกว่า 14 สัปดาห์) : ไม่เพิ่มโอกาสการแท้ง หรือทารกพิการแต่กำเนิด

– ไตรมาสที่ 2 (อายุครรภ์ประมาณ 14 – 28 สัปดาห์) และไตรมาสที่ 3 (อายุครรภ์ 28 สัปดาห์จนถึงตอนคลอด) : ถ้าคุณแม่เป็นโควิดระยะนี้จะเสี่ยงเพิ่มโอกาสคลอดก่อนกำหนด, ทารกเสียชีวิตในครรภ์ ฯลฯ

อันตรายจากภาวะแทรกซ้อนโควิดในหญิงตั้งครรภ์

เนื่องจากผู้ตั้งครรภ์จะมีขนาดมดลูกขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ปริมาณกะบังลมและปริมาณปอดลดลง ส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนได้น้อยลง ซึ่งจะมีผลต่อการตั้งครรภ์และการคลอดบุตร โดยภาวะแทรกซ้อนอันตรายระหว่างคลอดที่เราควรระวัง จะมีภาวะความดันโลหิตสูง หลอดเลือดอุดตันในปอด, เลือดออกง่ายกว่าปกติ, ทารกน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ, รกลอกก่อนกำหนด ภาวะที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น ภาวะปอดแฝบธรรมชาติ ภาวะการหายใจล้มเหลว เป็นต้น

เชื้อโควิดจากแม่ถ่ายทอดสู่ลูกได้หรือไหม?

คำถามนี้ถือเป็นหนึ่งในข้อสงสัยที่คุณแม่หลายคนต้องตั้งคำถาม เนื่องจากโรคโควิดเป็นโรคที่แพร่กระจายและติดเชื้อได้ง่ายเพียงการสัมผัส หรือผ่านละอองฝอยไอจามที่ลอยในอากาศ เพราะงั้นถ้าตัวแม่เองเป็นโควิด ระหว่างคลอดหรือว่าให้นมลูกจะติดรึเปล่า? 

ในปัจจุบันพบว่า ทารกสามารถติดเชื้อจากแม่ตอนคลอดประมาณ 2-5% แต่ส่วนใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรง และโอกาสที่ลูกจะติดเชื้อจากน้ำคร่ำ,  รก, น้ำนมนั้นมีโอกาสที่จะติดได้ แต่เป็นไปได้น้อยมาก ซึ่งเกิดจากปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อการติดเชื้อโควิดมากว่า เช่น ผู้ติดเชื้อโควิดเข้าไปสัมผัสเด็กโดยไม่ทำความสะอาดก่อน ฯลฯ 

คำถามของคุณแม่ตั้งครรภ์ติดCovid-19 ที่มักสงสัยเกี่ยวกับลูกน้อย

แม่ตั้งครรภ์ฉีดวัคซีนได้ไหม?

คุณแม่ตั้งครรภ์ถ้ามีอายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์เป็นต้นไปสามารถเข้ารับวัคซีนโควิด19 ได้ทุกชนิด แต่ถ้าเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์มีปัจจัยเสี่ยงก็ควรได้รับการปรึกษาจากแพทย์ผู้ดูแลก่อน เช่น ตั้งครรภ์อายุมาก, ผู้มีโรคประจำตัว, ผู้ที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษ เป็นต้น ซึ่งใครที่สนใจเราก็แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน

คุณแม่ตั้งครรภ์ติดโควิดฝากครรภ์ และมีผลต่อแผนการคลอดหรือไม่?

คุณแม่ที่ติดโควิด-19 นั้นก็ยังสามารถฝากครรภ์ และแผนการตลอดกับโรงพยาบาลได้ตามปกติ อีกทั้งการฝากครรภ์ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ระหว่างตั้งครรภ์ของคุณแม่ได้ ช่วยคัดกรองโรคและคอยติดตามสุขภาพของทารกในครรภ์ได้อีกด้วย 

ซึ่งงานวิจัยศึกษาเกี่ยวกับ คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ป่วยเป็นโควิดนั้นมีโอกาสคลอดก่อนกำหนดสูงกว่าปกติหรือไม่? จากการศึกษาพบว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ที่สงสัยว่าติดโควิดจำนวน 4,000 คน มีคนที่คลอดก่อนกำหนด 12% ซึ่งคิดเป็น 3 เท่าเมื่อเทียบกับคุณแม่ตั้งครรภ์ปกติดังนั้นถ้าใครเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ติดโควิด หรือเป็นบุคคลรู้จักใกล้เคียงก็ควรไปขอคำแนะนำปรึกษาจากหมอ เพื่อติดตามอย่างใกล้ชิดนั่นเอง

คุณแม่ติดโควิดสามารถดูแลลูกน้อยได้รึเปล่า?

ในตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานว่าเชื้อโควิดสามารถติดต่อแม่สู่ลูกผ่านทางน้ำนม และตามคำแนะนำของแพทย์ และองค์กรสาธารณสุข ได้กล่าวไว้ว่า คุณแม่ติดโควิดยังสามารถดูแลลูกได้ แต่ต้องระมัดระวังมากกว่าปกติ เช่น 

กรณีให้นมลูก

ถ้าให้นมลูกจากเต้าต้องมีการทำความสะอาดด้วยน้ำและสบู่ก่อนและหลังให้นมทุกครั้ง พร้อมสวมหน้ากากอนามัย อาบน้ำและใส่ชุดที่สะอาด รวมถึงล้างมือทำความสะอาดก่อนจะอุ้มลูกทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการไอจาม

กรณีบีบน้ำนม หรือปั๊มน้ำนมให้ลูก

ก่อนปั๊มน้ำนมให้ทำความสะอาดอุปกรณ์ปั๊มน้ำนมทุกครั้งที่จะใช้ พร้อมทำความสะอาดถุงเก็บน้ำนมด้วยแอลกอฮอล์ 70% ก่อนน้ำนมมาส่งทุกครั้ง อีกทั้งเราต้องทำความสะอาดเต้านมก่อนหลัง และล้างมือทำความสะอาดทุกครั้งเช่นเดียวกันกรณีให้นมลูก

แต่ถ้าคุณแม่กำลังเข้ารับการรักษาโควิดโดยใช้ยาต้านไวรัสอย่าง ฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) และดารุนาเวียร์ (Darunavir) ก็ควรงดให้น้ำนมลูกไปก่อน แต่การใช้ยาต้านไวรัสชนิดอื่น สามารถให้นมลูกได้ตามปกติ

คุณแม่ติดโควิดสามารถอุ้มลูกได้รึเปล่า?

ตามคำแนะนำของพญ.สโรชา วุฒิพุธนันท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์ โรงพยาบาลศิครินทร์ได้แนะนำไว้ว่า “คุณแม่ติดโควิดสามารถอุ้มลูกได้ตามปกติ แต่ต้องระมัดระวังมากกว่าปกติ เช่น ล้างมือทำความสะอาด สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการไอจาม” 

แนวทางการรักษาตัว และข้อปฏิบัติของแม่ตั้งครรภ์ติดCovid-19

ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ตั้งครรภ์ จะมีความเสี่ยงเรื่องโควิดมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอันตราย และอาการรุนแรงมากกว่าปกติ โดยเฉพาะคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ในไตรมาส 3 จะมีความเสี่ยงมากกว่าระยะอื่น ๆ เนื่องจากปริมาณปอดที่น้อย เพราะขนาดของมดลูกที่ใหญ่ ทำให้การรักษาตัวนั้นอาจต่างจากการรักษาคนป่วยโควิดปกติ ซึ่งแนวทางการรักษา และข้อปฏิบัติตัวของแม่ตั้งครรภ์ติดโควิด ดังนี้

ถ้าคุณแม่ตั้งครรภ์ป่วยเป็นโควิดอาการไม่รุนแรง ให้เข้ารับการฝากครรภ์ตามปกติ แต่มีแนวทางการปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้ป่วยโควิดปกติ เช่น 

– เมื่ออยู่ในบ้านให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และไม่ใกล้ชิดผู้อื่น

– หมั่นล้างมือทำความสะอาดบ่อย ๆ และเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ดวงตา ปากและจมูก

– ไม่ใช่สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น จานชาม ช้อนส้อม แก้วน้ำ ฯลฯ

– รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พร้อมพักผ่อนให้เพียงพอ 8-10 ชั่วโมงต่อวัน

– ไม่เครียด หรือกังวลมากเกินไป เพราะอาจจะมีผลต่อเด็กในครรภ์ ให้ลองหากิจกรรมคลายเครียด เช่น ฟังเพลง ดูหนัง อ่านหนังสือ เป็นต้น

– สำรวจอาการของตัวเองอยู่เสมอ หากมีอาการผิดปกติ เช่น อาการบวม เจ็บท้องครรภ์ เลือดออกทางช่องคลอด หรือเด็กดิ้นน้อยลง ก็แนะนำว่าให้รีบมาพบแพทย์ทันที

ส่วนแม่ตั้งครรภ์ติดCovid-19 ที่มีอาการรุนแรงมากกว่าปกติ เช่น ครรภ์เป็นพิษ ปวดศีรษะ ตาพร่ามัว จุกแน่นลิ้นปี่ ท้องแข็ง ฯลฯ หากใครที่มีอาการเหล่านี้ควรได้รับการรักษาอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ โดยแนวทางการรักษาจะแตกต่างกันออกไปขึ้นกับสภาพร่างกาย, ความเสี่ยง และอาการของแต่ละคน ซึ่งแนวทางการรักษาจะมีดังนี้

– การให้ยาต้านไวรัสให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอาการรุนแรงปานกลาง หรือรุนแรงมาก ซึ่งการเลือกใช้ยาชนิดใดขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา

– การใช้ยาปฏิชีวนะ เมื่อติดเชื้อแบคทีเรีย

– กรณีขาดสมดุลของเกลือแร่ จะมีการให้สารน้ำ

ซึ่งการรักษาผู้หญิงตั้งครรภ์ป่วยโควิดนั้นมีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น ไม่สามารถนอนคว่ำเพื่อรับออกซิเจนเพียงพอได้ จึงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้ออกซิเจน หรือการใช้ยารักษาบางชนิดอาจมีผลข้างเคียงต่อลูกในครรภ์ได้ เป็นต้น

การเป็นคุณแม่ที่มีลูกน้อยในยุคสมัยที่มีการแพร่ระบาดของสถานการณ์ของโควิดนั้นทำให้เราต้องดูแลตัวเอง และระมัดระวังตัวมากขึ้น  ดังนั้นเราสามารถเพิ่มความมั่นใจ ความสะอาด และความปลอดภัยด้วยบริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อของ  We Clean VR ที่ทำความสะอาดด้วยน้ำยาอิเล็กโทรไลต์ที่เป็นนวัตกรรมจากสวิตเซอร์แลนด์ SteriPlant น้ำยาคุณภาพสูง และมีความปลอดภัยระดับ Food Grade เพื่อความปลอดภัยต่อร่างกาย และสิ่งแวดล้อม เราพร้อมให้บริการได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด และอาคารสำนักงาน ฯลฯ 

หากอยากอ่านบทความดี ๆ เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โควิดแบบนี้อีก ก็สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ Link

ติดต่อสอบถาม

📞 : 099 165 4462

📱FB : m.me/wecleanvr

📟 Line@ : @wecleanvr (มี @ข้างหน้าด้วย)

Source: Bangkokhospital. Enfababy. Mahidolhospital.  Petcharavejhospital. Sikarin

บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ