บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ

บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ

บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ

มัดรวมวิธีตรวจโควิดแบบไหนแม่นยำที่สุด

มัดรวมวิธีตรวจโควิดแบบไหนแม่นยำที่สุด

“ตรวจโควิด” กลายเป็นวิชาพื้นฐานที่ทุกคนต้องรู้ และต้องเคยผ่านกันมา ไม่ว่าจะทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ ฯลฯ ยิ่งตอนนี้มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 ที่เข้ามาให้กันแบบไม่ได้พัก! แถมมีข่าวคลัสเตอร์ใหม่มาทุกวันจนเหมือนเป็นข่าวประจำวัน!

แถมสายพันธุ์โควิดตอนนี้ก็มีงอกมาใหม่เรื่อย ๆ ให้ได้เซอร์ไพรส์กันตลอด อย่างล่าสุดก็เป็นเชื้อสายพันธุ์ใหม่ “โอไมครอน” จนเราต้องเฝ้าระวังกันต่อไป เราเลยจะแชร์วิธีตรวจโควิดว่ามีทั้งหมดกี่วิธี และแบบไหนถึงจะดี และแม่นยำที่สุดมาให้ดูกัน

วิธีตรวจโควิด-19 ปัจจุบันมีกี่แบบ?

วิธีตรวจโควิดในปัจจุบันมี 2 แบบ คือ RT-PCR และ Rapid Test

RT-PCR หรือ Real Time Polymerase Chain Reaction

คือวิธีการตรวจหาสารพันธุกรรม หรือDNA ของสิ่งมีชีวิตจากการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งที่จมูก และลำคอ หรือที่คนชอบเรียกว่า “Swab” ซึ่งวิธีการนี้สามารถตรวจได้แม้เราจะมีเชื้อโควิดในร่างกายปริมาณน้อย หรือเพิ่งได้รับเชื้อแต่ยังไม่แสดงอาการก็ตาม รวมถึงสามารถตรวจพบเศษชิ้นส่วนของเชื้อไวรัสของผู้ที่หายจากการติดเชื้อแล้วด้วย

โดยวิธีการนี้เป็นวิธีที่ได้มาตรฐานสูง เนื่องจากมีความจำเพาะและความแม่นยำสูง ได้รับการวิจัยและการรับรองจากองค์การอนามัยโลก จนอยู่ในมาตรฐานระดับ “Gold Standard” (การวินิจฉัยโรคได้ถูกต้องตามความเป็นจริง และได้การยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญผู้เกี่ยวข้อง)

Rapid Test

Rapid Test คือ วิธีการตรวจหาส่วนประกอบของเชื้อโควิด-19 หรือการตรวจหาภูมิคุ้มในร่างกาย สามารถตรวจเองได้ และทราบผลเร็วกว่าการตรวจแบบ RT-PCR โดยแต่ละวิธีนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของชุดตรวจ  Rapid Test นั้นแบ่งย่อยออกเป็น 2 ชนิด ได้ดังนี้

1.Rapid Antigen Test; ATK

การใช้ชุดตรวจแบบ Antigen ถือเป็นการตรวจหาส่วนประกอบแอนติเจน (Antigen) ของเชื้อไวรัสในสารคัดหลั่ง โดยวิธีการตรวจที่เรารู้จักกันดีกับการตรวจโดยการแยงโพรงจมูก หรือการตรวจน้ำลายเพื่อเก็บตัวอย่างของสารคัดหลั่ง 

2.Rapid Antibody Test

 วิธีการตรวจรูปแบบนี้เป็นการตรวจแบบเจาะเลือด เพื่อหาแอนติบอดี (Antibody) ชนิด IgG  และ IgM โดยเป็นโปรตีนที่ร่างกายสร้างขึ้นมาหลังจากได้รับการติดเชื้อ 

ข้อแตกต่างระหว่าง RT-PCR และ Rapid Test

วิธีตรวจแบบ RT-PCR

วิธีการ: Swab เพื่อเก็บสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจส่วนบน เช่นจมูก ลำคอ กระพุ้งแก้ม

สิ่งที่ตรวจหา:  สารพันธุกรรมของไวรัสโควิด-19

ข้อจำกัด และความแม่นยำ: 

– หาเชื้อในตัวอย่างได้ แม้จะมีปริมาณเชื้อน้อย

– มีความจำเพาะ และความแม่นยำสูง

– รู้ผลภายใน 24 ชั่วโมง

– ต้องตรวจที่สถานพยาบาลเท่านั้น 

วิธีตรวจแบบ Rapid Antigen Test; ATK

วิธีการ: Swab เพื่อเก็บสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจส่วนบน เช่นจมูก ลำคอ กระพุ้งแก้ม เช่นเดียวกับแบบ RT-PCR

สิ่งที่ตรวจหา:  ตรวจหาองค์ประกอบ และหาเชื้อไวรัสโควิด-19

ข้อจำกัด และความแม่นยำ: 

– ต้องเป็นผู้ได้รับเชื้อมาแล้วประมาณ 5-14 วันถึงจะมีความแม่นยำ

– รู้ผลเร็วใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที จากการอ่านสีบน Strip Test

– ตรวจด้วยตนเองได้ สะดวกเพราะสามารถหาซื้อที่ตรวจตามร้านขายยา และคลินิก

– เมื่อผลเป็นบวก ต้องตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR

วิธีตรวจแบบ Rapid Antibody Test

วิธีการ: เจาะเลือด เพื่อเก็บตัวอย่างสำหรับตรวจ

สิ่งที่ตรวจหา:  ตรวจหาภูมิคุ้มกันของเชื้อโควิด-19  IgG และ IgM Covid-19

ข้อจำกัด และความแม่นยำ: 

– ไม่เหมาะกับผู้ตรวจหาโควิด-19 ถ้าฉีดวัคซีนแล้ว เนื่องจากอาจเจอภูมิต้านทานจากวัคซีนแทน

– ไม่สามารถตรวจได้ด้วยตนเอง ต้องตรวจที่สถานพยาบาล หรือบุคลากรทางการแพทย์ตรวจให้

สรุปแล้ว RT-PCR และ Rapid Test แบบไหนดีกว่ากัน?

การตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งสองวิธีนั้นเป็นการตรวจเช็คว่าเราติด หรือไม่ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งคู่ ซึ่งวิธีการตรวจโควิดแบบ RT-PCR นั้นจะมีความแม่นยำและจำเพาะสูงกว่า และได้รับมาตรฐานการรับรองวิธีจาก WHO ซึ่งต่างจากการตรวจโควิดรูปแบบ Rapid Test ที่มีข้อจำกัด และอาจเกิดการ Error ได้มากกว่า เช่น เราตรวจไม่ถูกต้องตามวิธีการ, ชุดตรวจอาจเสียก่อนที่เราได้ใช้ หรือถ้าในร่างกายเราพึ่งได้รับเชื้อแล้วมีปริมาณเชื้อน้อยเกินไป อาจทำให้ชุดตรวจก็ไม่สามารถตรวจวัดได้ ทำให้วิธีนี้เป็นเพียงการตรวจเบื้องต้นเท่านั้น 

ดังนั้นการตรวจแบบ “RT-PCR จึงมีประสิทธิภาพในการตรวจหาเชื้อโควิดมากกว่า การตรวจแบบ Rapid Test” แต่วิธีการตรวจแบบ Rapid Test นั้นจะรู้ผลภายใน 15 – 30 นาที ต่างจากวิธีแบบ RT-PCR ที่จะรู้ผลประมาณ 1-3 วัน

วิธีตรวจโควิดแบบ RT-PCR นั้นตรวจเชื้อ “โอไมครอน” ได้หรือไม่?

การตรวจวิธีนี้มีความจำเพาะ และมาตรฐานสูงระดับ Gold Standard เนื่องจากข่าวโควิดสายพันธุ์ใหม่อย่าง “โอไมครอน” ที่ผ่าน ๆ ปัจจุบันก็มาจากการตรวจหาเชื้อโควิดด้วยวิธี RT-PCR นี่แหละ 

แต่จากการวิเคราะห์ของศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี ได้ดาวน์โหลดพันธุกรรมจีโนมของโอไมครอน แล้วทดสอบโปรแกรม ‘Nextclade’ ของWHO พบว่า 115 ตัวอย่างที่นำมาอย่างทดสอบนั้นมีผลให้ชุดตรวจ PCR บางยี่ห้อนั้นอาจทำให้ผลบวกน้อย แม้จะมีเชื้อจำนวนมาก หรือเกิดผลลบปลอม (False Negative) ถึงแม้เราจะติดเชื้อก็ตาม เนื่องจาก PCR บางชนิดจับจีโนมของโอไมครอนได้น้อย หรือจับได้ไม่ดี เพราะไวรัสมีการกลายพันธุ์ไปมาก

อีกทั้งนักวิจัยพบสายพันธุ์โอไมครอนชนิดต่างจากเดิมอย่าง ‘BA.2’ ที่ต่างจากโอไมครอนแบบเดิม (BA.1) ที่มีไม่มีลักษณะเด่นของ Gene ‘S-gene dropout’ ที่เป็นลักษณะของยีนเด่นในการตรวจ PCR เพื่อบ่งบอกว่าเชื้อเป็นสายพันธุ์โอไมครอน ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบ PCR โดยตรงได้ แต่ต้องทำการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมที่ทำได้ยาก และมีต้นทุนแพง 

การตรวจด้วยวิธีนี้ ‘สามารถตรวจหาเชื้อโอไมครอนได้ แต่ก็ใช่ว่าจะตรวจพบเชื้อโอไมครอนเสมอไป’ เนื่องจากเชื้อไวรัสชนิดนี้มีการกลายพันธุ์มาก เพราะงั้นทางที่ดีเราก็ควรระวังตัวเอง การ์ดอย่าตก! กันจะดีกว่า และต้องดูแลความสะอาดปลอดภัยในที่อยู่อาศัยเรา ใครที่อยากเพิ่มความมั่นใจ อยู่บ้านปลอดภัย สบายใจหายห่วง ก็มาใช้บริการจากเราสิ!

We Clean VR บริการพ่นฆ่าเชื้อพร้อมให้คำแนะนำทุกคำปรึกษา ทำความสะอาดในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น คอนโด รถยนต์ ร้านอาหาร สำนักงาน ฯลฯ ด้วยน้ำยาอิเล็กโทรไลต์ SteriPlant นวัตกรรมจากสวิตเซอร์แลนด์ คุณภาพระดับ Food Grade ปลอดภัย ต่อร่างกาย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

หากอยากอ่านบทความดี ๆ เกี่ยวกับการป้องกันตัวเองในช่วงสถานการณ์โควิดแบบนี้อีก ก็สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ Link

ติดต่อสอบถาม

📱FB : m.me/wecleanvr

📟 Line@ : @wecleanvr (มี @ข้างหน้าด้วย)

ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก Workpoint. Raksa. Thematter

บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ